[Fic]Longing [Thor/Loki] Part1

posted on 18 Jan 2013 00:22 by moekitsune
 
 
 
 

Author : OujiKitsu

 

Title : Longing [ปรารถนา]

 

Pairing : Thor x Loki

 

Rate : PG-15

 

 

 

Longing

 

  เงียบ และมืดสนิท....

ไม่มีสิ่งใดที่เขารับรู้ นอกจากความรู้สึกแสบร้อนของพิษที่หยาดหยดลงสู่ผิวหน้า และกาลเวลาที่เคลื่อนผ่านไปก็ดูไร้ค่า

เหลือเกิน...

ขาของเขาถูกพันธนาการด้วยตร่วนเหล็ก แต่ถึงจะไม่ทำเช่นนี้ บาดแผลจากถูกการทรมาณก็มากเพียงพอที่จะทำให้เขาไม่อาจเดินเหินไปไหนได้อีกแล้ว กระดูกนั้นบิดเบี้ยว บนผิวเนื้อก็เต็มไปด้วยแผลอักเสบกลัดหนองไร้การดูแล

มันเจ็บ...

แต่เขาก็ไม่ตาย

ทั้งพิกลพิการ และถูกพิษร้ายกัดกร่อน

แต่เขาก็ยังหายใจอยู่...

โลกิเหยียดยิ้ม สมเพชในชะตากรรมที่ตนกำลังประสบเหลือเกิน นักโทษต่ำทรามในคุกใต้ดิน ถูกคุมขัง ถูกทรมาณ... และอีกไม่นาน ก็จะถูกลืมเลือน...

ทุกสิ่งที่เขาพยายามทำมันพังทลาย... ช่างไร้ค่าสิ้นดี

สุดท้ายนี้หลงเหลืออะไรหรือ?

โลกิถามตนเอง

ไม่มี... ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง ทั้งบ้าน ทั้งความรัก หรืออำนาจใดๆ ไม่เคยมีสิ่งใดสำหรับเขา

เพราะทั้งหมดนั้นเป็นของธอร์... คนที่เขาเกลียดชังพอๆกับที่รักสุดหัวใจ...

อาจมีเพียงความพ่ายแพ้กระมังที่เป็นของโลกิอย่างแท้จริง

ตึก...ตึก...

โลกิได้ยินเสียงฝีเท้า... ก้าวเดินอย่างมั่นคง หนักแน่น แล้วร่างสูงในชุดเกราะสีเงินและผ้าคลุมสีแดงสดก็ปรากฏขึ้นในสายตา พร้อมกับแสงสว่างที่ทำให้ดวงตาอันคุ้นชินกับความมืดต้องหรี่ลง

"น้องข้า..."ธอร์เอื้อนเอ่ย ดวงตาสีฟ้ามองเข้าไปภายในห้องขังที่มีเงาตะคุ่มๆอยู่ตรงมุมห้อง

"น่าแปลกที่ยังทรงเรียกข้าเช่นนั้น ฝ่าบาท"เสียงที่ตอบกลับมานั้นแหบแห้งและสั่นพร่า เงาร่างในความมืดเริ่มเคลื่อนไหว เสียงโซ่กระทบกันดังขึ้นในยามที่โลกิ 'ลาก' ร่างของตนเข้ามาใกล้ลูกกรง

ภาพที่เห็นทำให้ธอร์แทบอยากเอาโยเนียร์มาพังคุกนี่แล้วพาน้องชายของตนออกไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด

โลกินั้นผ่ายผอม... ผิวขาวซีดเต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะจากพิษที่หยาดหยดลงมาดั่งเม็ดฝน บางแผลสาหัสจนสามารถมองเห็นกระดูกสีขาวขุ่นภายใน ใบหน้าซูบตอบและมีแผลหลายแห่งเช่นเดียวกับส่วนอื่นๆ กระนั้น... ดวงตาสีเขียวก็ยังคงมีประกายทรนงอันงดงามเหมือนเดิม...

"ข้าจะไปตามหมอมารักษาเจ้า"เทพสายฟ้าผู้ที่บัดนี้ครองตำแหน่งกษัตริย์เอ่ย ร่างสูงคุกเข่าลงเพื่อให้อยู่ระดับเดียวกับร่างบาง มือทั้งสองกำลูกกรงแน่น

"แอสการ์ดมีสวัดิการนักโทษขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน"โลกิพูดกลั้วหัวเราะ ก่อนว่าต่อ

"เปล่าประโยชน์น่า ธอร์... เจ้าก็รู้ว่าถึงรักษาข้าจนหาย แต่สุดท้ายข้าก็ต้องถูกทรมาณอยู่ดี"

ธอร์รู้สึกเจ็บแปลบในอก

ทำไมกัน... ทำไมแค่น้องชายคนเดียว เขาก็ยังปกป้องไม่ได้...

มือกร้านเอื้อมไปแตะผิวหน้าของอีกฝ่าย ก่อนจะสะดุ้ง เมื่อหยดพิษทำให้มือเขาแสบร้อนเยี่ยงถูกไฟเผา กระนั้นก็หาได้ชักมือกลับ

หนึ่งปีเต็มๆ... ที่โลกิถูกทรมาณจากพิษนี่ และจะต้องเป็นเช่นนี้ไปตลอดชีวิต

และสำหรับเทพเจ้า นั่นหมายถึงชั่วกาลปวสาน...

เจ็บใจนัก!

"ข้าจะหาทางช่วยเจ้า... เจ้าต้องรอข้านะ โลกิ"

เจ็บใจยิ่งนัก.... เป็นถึงกษัตริย์ แต่กลับช่วยคนที่ตนรักไม่ได้...

"เจ้าช่วยข้าไม่ได้หรอก"โลกิเอ่ย มือบางอันไร้เรี่ยวแรงวางทาบบนมือสากของพี่ชายต่างสายเลือด

"กลับไปเสียเถิด... ฝ่าบาท"

เขาเกลียดการรอคอย...

เกลียดมัน เพราะรู้ว่าเขามิเคยได้สิ่งใดเลย ถึงแม้จะรอนานเพียงไร ก็ราวกับมันไม่เคยมาถึง

ร่างอันพิกลพิการถดกายออกห่าง คลานกลับเข้าไปสู่เงามืดตรงมุมห้อง

ธอร์ได้แต่มอง และกัดฟันแน่น ดวงตาสีฟ้าสะท้อนความเจ็บปวดเด่นชัด

"รอข้าอีกหน่อยเถิด... น้องข้า รอ... ข้าจะหาทางลดโทษให้เจ้า"

ธอร์พูดเช่นนั้นแล้วเดินจากไป สู่แสงสว่างภายนอก

แสงสว่าง... ที่คู่ควรกับเจ้า

โลกินอนขดตัว รอยยิ้มฉาบบนเรียวปาก

ใช่... แสงเป็นของธอร์ ส่วนความมืดนั้นเป็นของโลกิ

หยาดหยดของน้ำตาไหลรินอย่างเงียบงัน หยดแล้วหยดเล่า...

รองั้นหรือ... จะให้รอสิ่งใดเล่า ในเมื่อเจ้าก็รู้ว่าทำอะไรไม่ได้ แล้วใยจึงต้องบอกให้ข้ารอ...

เพื่ออะไร ธอร์... ให้ความหวังลมๆแล้งๆนี้กับข้าเพื่ออะไร

ก้อนสะอื้นจุกอยู่ในลำคอ หากโลกิยังคงเหลือศักดิ์ศรีพอจะไม่เปล่งเสียงออกมา

จึงมีเพียงหยาดน้ำตาที่รินไหลจนกระทั่งพิษไข้นั้นทำให้เขาหลับไป...

 

********

 

   เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมาณอย่างแสนสาหัสดังก้อง ทำให้ผู้ที่ได้ยินร่ำไห้ออกมา

พระนางฟริก้าซบหน้าลงกับฝ่ามือ ซ่อนดวงเนตรอันชุ่มโชกด้วยอัสสุชล

นั่นคือเสียงของบุตรชายคนเล็กของนาง แม้เสียงนี้อาจไม่มีใครได้ยิน หากนางได้ยิน... และบางทีโอดินและธอร์ก็คงได้ยินเช่นกัน

โทษของโลกิคือถูกจองจำตลอดชีวิตในคุกใต้ดิน ถูกทรมาณด้วยพิษยามกลางวันและเงามืดในยามกลางคืน

เงามืดนั้นจะฉีกทึ้งร่างกาย... ทำให้เกิดบาดแผลแสนสาหัส แต่ไม่ถึงกับตาย เช่นเดียวกับพิษ...

"ลูกแม่... แม่สงสารเจ้าเหลือเกิน"เสียงของนางสั่นเครือ

โลกิเจ็บเท่าไหร่ หทัยแม่เจ็บยิ่งกว่า แต่ถึงกระนั้น... นางก็ไม่อาจขอให้โอดินยกเลิกโทษนี้ได้

นางไม่ได้รับอนุญาตแม้แต่จะไปเยี่ยมลูกในคุกด้วยซ้ำ

"โลกิ... แม่รักเจ้า"

 

*********

 

   มันผ่านไปแล้ว... เงามืดพวกนั้นหายไปแล้ว...

โลกิพยายามยันกายขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก สองแขนที่ถูกทรมาณจนกระดูกหักห้อยทิ้งข้างลำตัว

เจ็บ...

หยาดน้ำตารินไหลจากนัยน์ตาสีเขียว

พลังแห่งเทพจะช่วยให้แผลของเขาดีขึ้นในไม่ช้า... เพื่อรอรับการทรมาณครั้งต่อไป...

หนาว...

โลกิหลับตาลง พิษไข้นั้นทำให้สมองของเขาหนักอึ้ง อีกทั้งยังหนาวเสียดกระดูก

"ฮึก..."

ไม่ว่าด้วยความเจ็บปวดหรือเพราะไข้ก็ตาม หากเขากลับเริ่มสะอึกสะอื้นอย่างน่าสมเพช

'โลกิ...'เสียงหนึ่งแว่วขึ้นริมโสต อ่อนหวานและอบอุ่น กระนั้นก็แฝงด้วยความรวดร้าว

เสียงของฟริก้า...

'โลกิ... แม่รักเจ้า'

เขาคงประสาทหลอนไปแล้ว...

โลกิคิด แต่เขาก็ไม่อาจปฏิเสธ ว่าลึกๆในใจเขายังคงปรารถนาอ้อมกอดอันอบอุ่นของพระมารดา ปรารถนาจะเป็นที่รัก...

"ฮึก... ท่านแม่... ท่านแม่..."

เสียงสะอื้นแหบแห้งดังขึ้น น้ำตายิ่งหลั่งรินลงมา

"ท่านแม่... ขะ... ข้าเจ็บ ท่านแม่..."

คืนนั้น ข้าเรียกหาพระมารดา... แม้รู้ว่านางไม่ได้ยิน

ข้าโหยหาอ้อมกอดแสนอบอุ่น... ที่จะไม่มีวันหวนคืนมาตลอดกาล...

 

*******

 

   เคร้ง!

เสียงของถาดเหล็กบรรจุอาหารถูกวางอย่างแรง ทำให้ดวงตาคู่สวยปรือเปิดขึ้นอย่างอ่อนล้า

ร่างเพรียวสะบักสะบอมค่อยๆขยับ แม้จะทำให้เจ็บจนน้ำตาเล็ด แต่บาดแผลก็ดีขึ้นกว่าเมื่อคืนมาก

มีเพียงแค่อาหารที่ยังคงหรูหราเช่นที่เขาเคยทานตอนเป็นเจ้าชาย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้นึกอยากกินมันเลยสักนิด

มือบางหยิบแก้วไวน์ จิบเพียงเล็กน้อยให้ลำคอแห้งผากได้ชุ่มชื้น ก่อนจะวางลง และไม่นึกสนใจมันอีก

โลกินั่งพิงกำแพงสกปรก ใบหน้าซูบเซียวแหงนขึ้น จ้องมองกำแพงอันมืดมิด

การจะหนีออกไปจากที่นี่มันไม่ยากเลย... ถ้าหากเขายังเป็นจอมคาถาเช่นวันวาน ไม่ใช่ตอนนี้ที่ถูกผนึกพลังเวทย์ทั้งหมดเอาไว้

หลับตาลง... รับหยาดพิษที่ตกต้องสู่ใบหน้า

บาดแผลบนกายนั้นเจ็บจนชา...

แต่ใจเล่า? เหตุใดจึงยังไม่ชินกับความเจ็บปวดเสียที...

"ธอร์..."

เขาเอ่ย... เรียกชื่อหนึ่งขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

อีกแล้ว... ทำไมต้องเป็นเจ้า...

โลกิซบหน้าลงกับเข่า ขอบตาร้อนผ่าว

ทำไมข้าจึงต้องโหยหาเจ้า ทั้งๆที่เจ้าไม่เคยสนใจข้า...

ทั้งๆที่เกลียดเจ้าที่สุด แต่ก็รักเจ้าเหลือเกิน... รักแม้จะรู้ว่าใจเจ้าไม่เคยเป็นของข้า

ให้ตายสิ! ร้องไห้อีกแล้ว! อ่อนแอขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน โลกิ?

เขาถามตัวเอง แล้วยิ้มอย่างขมขื่น

'น้องข้า...'

ใช่... คำนั้นแหละ ที่เจ้าใช้เรียกข้ามาตลอด จนรู้ว่าเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย เจ้าก็ยังเรียกข้าเหมือนเดิม เห็นว่าข้าเป็นน้องเหมือนเดิม...

นั่นคืออีกหนึ่งเหตุผลที่ข้าเกลียดเจ้า ธอร์...

น้ำตาไหลปะปนกับเลือด และหยดพิษ...

"ข้า...ไม่ใช่...น้องเจ้า..."

 

********

 

   ในราชวังแอสการ์ดวันนี้ทุกอย่างวุ่นวาย เหล่าข้าราชบริพานต่างทำงานกันเป็นมือระวิงเพื่อจัดเตรียมพิธีอันเป็นมงคลยิ่ง งานอภิเสกของกษัตริย์กับหญิงสาวจากแอสการ์ด

"คุณดูไม่ค่อยสบายใจเลยนะ ธอร์ ไม่ดีใจที่จะได้แต่งงานกับฉันหรอ"เจน ฟรอสเตอร์ เอ่ยถามชายหนุ่มที่นั่งหน้าอมทุกข์อยู่ปลายเตียง

"นั่นย่อมไม่เป็นความจริง เจน ข้ามีความสุขที่สุดที่จะได้มีเจ้าเป็นราชินีข้างกายข้า แต่..."เทพสายฟ้าพูดถึงตรงนี้แล้วก็มีสีหน้าปั้นยาก ด้วยไม่รู้จะเรียบเรียงคำพูดต่อไปยังไงดี

เมื่อเห็นดังนั้นเจนจึงวางมือจากเครื่องประดับทั้งหลายบนโต๊ะ แล้วเดินมานั่งข้างๆร่างสูง

"เรื่องโลกิใช่มั้ย ฉันรู้น่า... มีแต่เรื่องของเขาแหละที่ทำให้คุณใจลอยได้ขนาดนี้"เธอพูด พร้อมกุมมือหนาเบาๆ

"ทำไมคุณไม่ลืมเขาไปล่ะธอร์ คิดซะว่าเขาได้รับโทษสาสมกับสิ่งที่ทำลงไป แล้วคุณจะสบายใจขึ้นนะ"

ธอร์ถอนหายใจยาว ดวงตาสีฟ้าฉายความลำบากใจ

ใช่... ถ้าคิดแบบนั้นได้เขาก็คงจะไม่ต้องทุกข์ แต่มันไม่เหมือนกัน เจนเป็นชาวมิดการ์ด โลกิพยายามทำลายโลกของนาง นางจึงคิดเช่นนั้นได้ แต่เขาไม่ใช่... ต่อให้สิ่งที่โลกิทำลงไปจะเลวร้าย แต่ความเป็นพี่น้องนั้นตัดไม่ขาด

"เจ้าไม่เข้าใจ... โลกิเป็นน้องของข้า"

"ค่ะ ฉันไม่เข้าใจ"เจนพูด เธอยิ้มบางๆ

"แต่ถึงจะไม่เข้าใจ แต่ฉันก็จะอยู่ข้างๆคุณเสมอนะธอร์"

"เจน..."กษัตริย์แห่งแอสการ์ดสบตากับคนรัก ก่อนยิ้มออกมา แล้วรวบร่างบางมากอดแน่น

"ขอบคุณเจ้ามาก... ที่รักของข้า"

 

*********

 

  โลกิร้องไห้... อีกครั้งและอีกครั้ง จนดวงตาแดงก่ำ

เขาได้ยินเหล่าทหารยามพูดกัน และแม้จะรู้ดีว่าสักวันมันจะมาถึง แต่เขาก็ไม่ปรารถนาจะรับรู้

งานอภิเสกของธอร์กับเจน ฟรอสเตอร์...

เมื่อเจ้ามีนาง... เจ้าก็จะลืมข้า

ทำไมกันล่ะ ทำไมเขาต้องเป็นฝ่ายถูกทอดทิ้งเสมอ

หยุดเสียที...

เขาพร่ำบอกตนเองอยู่เสมอ

หยุดเสียที หยุดรัก หยุดอาลัย แล้วใจจะได้ไม่เจ็บ

แต่เขาก็ไม่เคยหยุด...

ไม่ยุติธรรมเลย... ทำไมเป็นนางล่ะที่ได้หัวใจของเจ้าไป ทำไมถึงไม่เป็นข้าล่ะ ทำไม!!

โลกิรู้สึกเจ็บในอกจนอยากควักหัวใจออกมาขยี้ทิ้ง และคงทำไปแล้วหากว่ามีมีดตกอยู่แถวนี้

ร่างบางขดตัวอยู่มุมห้อง สั่นระริกด้วยความหนาวและความโกรธแค้น

ไม่... ไม่... ข้าไม่ยอม!!

พลัน... โลกิก็รู้สึกได้ว่าพิษที่เคยหยดหยาดลงมานั้น อยู่ๆก็หายไป

ไม่สิ... มันไม่ได้หายไปไหน แต่มัน 'เปลี่ยนสภาพ' ไปต่างหาก

ดวงตาสีเขียวมองดูละออกน้ำแข็งที่กระจายอยู่รอบกาย แล้วจึงก้มลงมองมือของตน

สีน้ำเงิน... บัดนี้ผิวหนังของเขากลายเป็นสีน้ำเงิน

อา... จริงสิ...

ลืมไปได้ยังไงกัน ว่าเขายังมีพลังนี้อยู่ พลังของชาติกำเนิดที่แท้จริงอันน่าชิงชัง

ดวงตาปรือปิดลง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนเรียวปากบาง

เจน ฟรอสเตอร์ ข้าขอสาปส่งเจ้า!!

โลกิลืมตาขึ้นอีกครั้ง... บัดนี้มันกลายเป็นสีแดงฉานที่แสนงดงามและอำมหิต...

 

********

 

   วันแต่งงาน... คือสิ่งที่สาวๆแทบทุกคนไฝ่ฝัน เจนเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

หญิงสาวยิ้มไม่หยุด ในขณะที่มองภาพสะท้อนของตนในกระจก

แถมเธอยังไม่ได้แต่งงานกับคนธรรมดา แต่เป็นเทพเจ้าสายฟ้า กษัตริย์แห่งเทพทั้งปวงเชียวนะ! ไปเล่าให้คนอื่นฟังคงจะถูกหาว่าบ้าล่ะมั้ง

ประตูห้องเปิดออก พร้อมร่างของนางกำนันในชุดสีขาวครีมผู้หนึ่งได้ก้าวเข้ามา แล้วยอบกายลงอย่านอบน้อม

"ข้ามาเกล้าผมให้ท่านเพคะ องค์หญิง"นางพูด พร้อมเดินเข้ามาใกล้ หยิบหวีขึ้นสางเส้นผมสีน้ำตาลเข้มอย่างเบามือ

"ขอบคุณค่ะ"เจนกล่าวพร้อมยิ้มบางๆ นางกำนันผู้นี้มีผ้าแพรคลุมใบหน้าครึ่งล่าง เผยให้เห็นแค่ดวงตาสีเขียวเท่านั้น

เส้นผมถูกแบ่งเป็นช่อ ถักทอและเกล้าสูง ติดประดับด้วยอัญมณีรูปดอกไม้สีสวย

"งดงามมาก"อีกฝ่ายเอ่ย ก่อนโน้มหน้าลงมากระซิบข้างหูเธอ

"ไม่น่า... ธอร์ถึงได้หลงเจ้านักหนา"

ประโยคนั้นทำให้เจนเบิกตากว้าง ร่างบางรีบผละหนีห่าง

เธอนึกออกแล้วว่าเคยเห็นดวงตาสีเขียวคู่นี้ที่ไหนมาก่อน

...โลกิ...

"ตกใจที่ได้พบข้าถึงขนาดนั้นเลยหรือ... พระเชษฐนี"โลกิในคราบนางกำนันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ดวงตาที่จ้องมองสตรีตรงหน้าเต็มไปด้วยความเกลียดชัง

นังผู้หญิงที่ทำให้ธอร์เปลี่ยนไป...

"คุณต้องการ