[Peace Maker] Yakusoku [Hijikata x Okita]]

posted on 21 Aug 2011 00:08 by moekitsune

Fic Peace maker

Yakusoku [สัญญา]

 

Author:: OujiKitsu

Pairing:: Hijikata x Okita

Warning:: Yaoi

Rate:: PG-13

 

Yakusoku

 

หากว่าแหงนหน้าขึ้นไปบนฟ้า...

จะพบกับนภาที่งดงาม...เสียจนสะท้านในอก

เพราะมิปรารถนาจะให้คุณเห็นน้ำตานี้ ข้าจึงต้องเบือนสายตาขึ้นมองแผ่นฟ้า

นภาที่เห็นจึงได้พร่ามัว...เหลือเกิน...

 

  แว่วเสียงเรไรที่เรริ่งสะท้อนริมโสต เค้าคลอกับแสงสีเงินอันนวนตา

พระจันทร์กลมเกลี้ยงราวลูกแก้ว... เงินกระจ่าง....

ทำไมกันนะ ทั้งที่แสนงดงาม หากในตอนนี้ เขานั้นคิดว่าพระจันทราที่ลอยเด่นกลางฟ้ามืดมิดของค่ำคืนนี้ช่างดูเศร้าเหลือเกิน...

"ทำไมยังไม่นอนอีก"

เสียงเข้มๆที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับบานประตูเลือนที่ถูกเปิดออก

โดยไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใคร...

คนที่กล้าเสียมารยาทเปิดประตูเข้าห้องเขาโดยไม่บอกก่อนได้...ในเรือนพักแห่งนี้มีอยู่คนเดียว

"แหม ใจคอจะให้ข้านอนทั้งวันเลยหรอครับ คุณฮิจิคาตะ เดี๋ยวเห็นก็ขึ้นหัวกันพอดี"พูดพลางแย้มรอยยิ้มขึ้นบนเรียวปาก พร้อมเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่เดินเข้ามายืนเหนือร่างเพรียวซึ่งกำลังนั่งแกว่งขาชมจันทร์อยู่

ดวงตาเรียวคู่คมหรี่มองเสี้ยวหน้าระรื่นของอีกฝ่าย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราวกำลังดุเด็กน้อย

"เป็นคนป่วยก็ต้องนอน ไม่งั้นมันจะหายมั้ย"รองหัวหน้าหน่วยทิ้งตัวลงนั่งข้าง 'คนปวย' ที่ดันออกมานั่งตากน้ำค้างชมจันทร์ดึกๆดื่นๆ

"ข้าไม่ได้ป่วยหนักขนาดนั้นสักหน่อย ไอก็ไม่ไอแล้วด้วย เห็นมั้ยๆ"

ทำเสียงระรื่น...

แย้มยิ้ม...เสรสรวล เช่นทุกครั้ง...

ฮิจิคาตะถอนหายใจให้กับนิสัยเด็กๆของอีกฝ่ายที่ชอบเถียงเขาคอเป็นเอ็น ไม่ว่าจะกี่ปีก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

มือใหญ่แตะลงบนหน้าผากมล ก่อนจะขมวดคิ้ว

"ยังจะบอกว่าตัวเองสบายดีอีก เจ้านี่มัน..."

ข้า...ทำไมหรอครับ

คือคำถามที่ดังอยู่เพียงในใจของโอคิตะ โซจิ หากเขาก็ไม่ได้เอ่ยถามออกไป

ไออุ่นสายหนึ่งเข้าปกคลุมกายบาง เมื่อเสื้อคลุมของอีกฝ่ายถูกสวมทับลงมาให้

เสื้อที่ยังคงมีกลิ่นจางๆของสุราและเครื่องยา...

"กินยาแล้วก็ไปนอนพักได้แล้ว ขืนเจ้าเป็นอะไรไปข้าก็แย่น่ะสิ"

ประโยคนั้น... ไม่ได้มีเค้าของความอ่อนโยนเลยสักนิด แต่ทำไมกันนะ... ทำไม...

อย่าพูดประโยคแบบนั้นออกมาง่ายๆสิครับ...

ดวงตาคู่สวยปรือปิดลง แช่มช้า...

เพราะอย่างนี้ไง ถึงได้มีสตรีมากมายมาติดพัน

"งั้นคุณก็ออกไปซะทีสิครับ ข้าจะได้นอน"ว่าพลางยิ้มกว้าง ก่อนลุกขึ้นดันร่างสูงๆของอีกฝ่ายไปทางประตู

"เฮ้ยๆ ไล่กันอย่างนี้เลยหรอ"รองหัวหน้าแห่งหมาป่ามิบุว่า พร้อมมองตาขวางๆ

"ก็ถ้ามียักษ์อยู่ ข้าก็นอนฝันร้ายกันพอดีสิ"

คำพูดที่ทำให้ 'ยักษ์' คิ้วกระตุก พร้อมนัยน์ตาคมปลาบที่เหมือนมีแสงเรืองออกมา

"ถ้าคืนนี้ไม่ยอมกินยา... พรุ่งนี้เจ้าเจอดีแน่"ขู่คนไม่ชอบกินยาทิ้งท้าย ก่อนเดินออกจากห้องไปด้วยไปทมิฬที่แผ่ออร่าออกมารอบตัว

"หวา~ เป็นยักษ์จริงๆด้วย"คนโดนสั่งให้กินยาแกล้งตะโกนไล่หลัง ก่อนจะหัวเราะคิกคัก พร้อมเลื่อนประตูปิดลง

พลัน... รอยยิ้มที่เคยแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าก็เลือนหายไป

มันคือหน้ากาก...

รอยยิ้มที่ถูกบรรจงสร้างขึ้นอย่างแนบเนียนบนเรียวปาก ทั้งแววตา... น้ำเสียง...

ทุกอย่าง... เป็นหน้ากากทั้งนั้น

"ยาน่ะ... จะกินหรือไม่กิน มันก็ไม่ต่างกันหรอกครับ"

ดวงตาสีม่วงเข้มจนราวกับจะกลืนกินเป็นสีดำสั่นระริก...ไหววูบ

ราวคลื่นน้ำ...

มือเรียวบางเยี่ยงสตรี หากก็แข็งแรงและติดจะหยาบกร้านเนื่องจากจับดาบฟาดฟันศัตรูตั้งแต่ยังเยาวัยกระชับเสื้อคลุมแน่น

ราวกับว่า...กำลังถูกโอบกอด...

กลิ่นหวานปนมึนเมาของสุรา กลิ่นยาที่ขมเฝื่อน ลอบแตะจมูก

กระแสความเศร้าโศกลอยอ้อยอิ่งในจิตใจที่ไหวสั่น ราวระรอกน้ำ...

ไม่ว่าจะยังไง ก็คงไม่หายหรอก... โรคนี้น่ะ

โซจิรู้ตัว... เขารู้ตัวดีมาตลอดว่าตัวเองเป็นอะไร และรู้ว่าต่อจากนี้เขาจะต้องเผชิญกับอะไร

สำลักไอค่อกแค่ก พร้อมขวามขมเฝื่อนคาวคลุ้งที่หลุดออกจากลำคอ

แดงสด...

สีชาดที่มักสาดกระเซ็นอยู่ตรงหน้าจากร่างของศัตรูที่ถูกดาบในมือเขาฟาดฟัน

มองดูมือขาวซีดของตนที่ปรากฏสีสดสวยแต่งแต้ม ราวกลีบกุหลาบ...

ร่างเพรียวบางใจ้ยูคาตะขาวสั่นระริก เช่นเดียวกับฝ่ามือที่กุมแน่น

รู้ดีว่าไม่ควรปกปิดเรื่องนี้

หากแต่... ก็ไม่อยากทำให้เขาเป็นห่วง

รู้ดีว่าควรออกไปจากที่นี่เสียที รู้ว่าหากอาการกำเริบกว่านี้ คนอื่นๆอาจติดโรคได้

รู้... ว่าเวลาของตน เหลือน้อยเต็มที...

ดุจบุปผาอ่อนโรยแรงปลายสารท... เพียงไม่นานก็คงโรยรา

ตกต้อง... สู่ผิวน้ำเวิ้งว้างเพียงเดียวดาย...

ที่ยังอยากอยู่ตรงนี้ ก็เพราะอยากจะอยู่เตียงข้างทุกคน อยากหัวเราะไปกับทุกๆคนในกลุ่ม พวกพ้องที่แสนสำคัญ พวกพ้องที่ฝ่าฟันสมรภููมินองเลือดมาด้วยกันมากมาย

และก็...

"แค่อยาก...จะอยู่ข้างคุณตลอดไป"

เสียงที่เล็ดลอดผ่านริมฝีปาก...สั่นระริกมิต่างจากฝ่ามือ

"แค่... แค่เพียงอยากอยู่ข้างๆ เป็นกำลังให้เท่านั้น"

หยาดน้ำเย็นเยียบกรั่นหรองออกมาจากดวงแก้วสีม่วงเข้ม ไหลผ่านแก้มที่ซีดขาว...

'เมื่อนั้น... เจ้าจะจำเป็นสำหรับข้า'

เพียงแค่ประโยคเดียวที่คุณพูดกับเด็กน้อยในวันนั้น รู้มั้ยครับ..

ว่ามันเปลี่ยนชีวิตของผมไปโดยสิ้นเชิง...

ประโยคนั้น... คือความหมายของทั้งชีวิตของเขา ว่าเขาเกิดมาเพื่ออะไร อยากจะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อใคร

คำตอบนั้น... ติดอยู่เพียงริมฝีปาก หนักอึ้งในใจ

นั่นก็เพื่อ...คุณ

"คุณฮิจิคาตะ"

ความเข้มแข็งและหน้ากากแห่งรอยยิ้มแหลกสลาย... ร่วงโรย... ไม่เหลือเพียงเศษเสี้ยว

เขากำลังพ่ายแพ้...

พ่ายแพ้แก่โรคนี้ วรรณโรคที่ไม่มีทางรักษา

พ่ายแพ้ต่อตนเอง... กับความอ่อนแอของตนเอง

ขอโทษนะครับ... ขอโทษนะครับ คุณฮิจิคาตะ...

ร่างบางทรุดลงกับพื้น รู้สึกถึงความปวดร้าวบริเวณซี่โครง หลังสำลักไอออกมาจนมือย้อมไปด้วยสีแดงฉาน

แปะ...

หยาดหยดเล็กๆ...ไหลผ่านร่องนิ้ว ตกลงสู่แผ่นเสื่อเบื้องล่าง กระจายออกเป็นวงกว้าง

"แค่ก...แค่กๆๆ"

หยดแล้ว...หยดเล่า

สมองพร่ามัวเหลือเกิน...

ดวงตาคู่สวยมองขึ้นไปบนแผ่นฟ้า พร้อมรอยยิ้มจางๆได้ถักทอบนเรียวปากซีดเซียวซึ่งย้อมไปด้วยสีเลือด

"อา...ว่าแล้วเชียว พระจันทร์คืนนี้..."

มือบางยื่นออกไป...ราวกับจะไขว่คว้าสิ่งอันใกลเกินเอื้อม

"ไม่สวย...เอาซะเลยนะครับ"

ตุบ

มือที่ไร้เรี่ยวแรงตกลงบนพื้น เช่นเดียวกับร่างที่ทิ้งแนบกับเสื่อที่ตากอากาศจนเย็นเฉียบ

ตาพร่าจนแทบมองไม่เห็นอะไร... ในอกปวดร้าวเช่นเดียวกับลำคอที่แสบจนชา

ที่มองเห็นในตอนนี้ไม่ใช่ทั้งท้องฟ้า เรไร หรือเงาจันทรา

หากแต่เป็นเพียงหยาดน้ำตาของตนเท่านั้น

พระเจ้าครับ...

ท่านประทานทุกสิ่งมาให้ข้า...

ทั้งฝีมือดาบนี้ ทั้งกลุ่มเพื่อนพ้องที่วิเศษ ทั้งยังมอบโอกาสให้ข้าได้เจอกับคนที่แสนพิเศษ

แต่ทำไมกันล่ะครับ... เพราะอะไร...

"ทำไม... ถึงไม่ประทานเวลามาให้ข้าบ้าง"

เสื้อคลุมนี้... ไม่ได้ทำให้หัวใจเขาอุ่นขึ้นเลย...

 

*********************

 

เจ็บจังเลย...

ร่างกาย...หนักไปหมด...

กระทั่งจะลืมตา... ทำไมถึงรู้สึกว่ามันยากเย็นเช่นนี้

นัยนต์พร่ามัวค่อยๆปรือเปิดขึ้นอย่างยากลำบาก

นี่มัน...

มือบางยกขึ้นแตะเค้าร่างเลือนลางแผ่วเบา ด้วยเรี่ยวแรงที่แทบไม่มีเหลือ

"ที่อยู่ตรงนั้น... ใช่คุณสินะครับ คุณฮิจิคาตะ"

บ้าจริง...

คอ... เจ็บไปหมด แค่จะเปล่งเสียงพูดยังยากแสนยาก

ฝ่ามือหยาบที่วางทาบลงบนมือของเขา พร้อมบีบเบาๆนั้น แทนคำตอบรับ

"แหะๆ... ใช่จริงๆด้วย ข้านี่เดาเก่งเนอะ"

รองหัวหน้าแห่งชินเซ็นกุมิมองดูใบหน้าซีดเผือดของร่างบางที่นอนอยู่บนฟูก ก่อนกัดฟันแน่น แล้วเอ่ยสั่งกับเหล่าสมาชิคกลุ่มที่นั่งเฝ้าอาการของดซจิอยู่ด้วยกัน

"พวกเจ้าทุกคน...ออกไปซะ"

"แต่ว่า....!!"

"ข้าบอกให้ออกไปไง!!!"เสีงที่แปรเปลี่ยนเป็นตะคอกดังลั่นหลังจากได้ยินเสียงค้าน ทำให้ทุกคนได้แต่ก้มหน้ามองพื้น แล้วรีบออกไปตามคำสั่ง

"อย่าทำเสียงแบบนั้นสิครับ บอกกี่ทีแล้ว ว่ามันน่ากลัวน่ะ"โซจิพูดเชิงหยอกล้อ ด้วยเสียงที่เบาเสียยิ่งกว่าลูกแก้วกระทบพื้น

"ยังจะมาพูดเล่นอีก"เสียงเข้มว่า ก่อนจับมือบางมากุมแน่น

"เจ้าเป็นยังไงบ้าง"

เอ่ยถาม... ทั้งที่รู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องตอบว่าไม่เป็นไรแน่นอน

ถาม... ทั้งที่รู้ดีถึงอาการ ณ ตอนนี้ของหัวหน้ากองจากหมอที่เข้ามาตรวจ

โอคิตะ โซจิ กำลังจะตาย...

"ข้าสบายดีครับ"

โกหก...

แถมยังโหกหน้าด้านๆซะด้วย

แต่... ตอนนี้ข้าอยากเชื่อเจ้าเหลือเกิน

ว่าเจ้าไม่เป็นอะไร... ว่าเจ้าแค่เป็นหวัด และอีกสักพักก็จะกลับมาวิ่งเล่นหยอกคนโน้นคนนี้ แล้วก็ฝึกสอนดาบให้แก่สมาชิคของกลุ่ม

ปรารถนา... จะให้เจ้ากลับมายิ้มให้ข้าด้วยสีหน้าสดใสเหมือนเช่นที่ผ่านมากว่าสิบปี...

"แค่ก...แค่ก"

ไอออกมาอีกครั้ง หยาดเลือดไหลริน...ผ่านลงมาที่มุมปาก

โซจิรู้สึกสมเพชตัวเอง

ขนาดไอ... ยังไม่มีแรงเลย

"คุณฮิจิคาตะครับ"

"อะไร"

อา... จะพูดให้นุ่มนวลกว่านี้ไม่ได้หรือไงนะ

นึกบ่นอยู่ในใจอย่างขำๆ

แต่แบบนี้...ถึงสมเป็นคุณ

"ผม...กำลังจะตาย"

คำพูด... ที่ราวกับกุญแจผนึกเวลาให้หลับใหล เงียบงัน...

สายลมพัดผ่าน ลมของหน้าร้อนที่ควรจะให้ความรู้สึกอบอุ่น กลับหนาวเย็นยิ่งกว่าเกล็ดหิมะ...

ขอบตาร้อนผ่าว ที่ต้องยอมรับความจริงนั้น

แต่...ไม่อยากให้คุณเห็นเลย น้ำตานี้

"หยุด....ไม่ต้องพูดแล้ว..."ฮิจิคาตะเอ่ยสั่ง หากเสียงนั้นดูสั่นเล็กน้อย ราวกับกำลังเก็บกลั้นอะไรบางอย่าง

กระทั่งมือที่กุมมือบางอยู่ ยังสั่นไหว

เขา...กำลังกลัว....

ทั้งๆที่ผ่านความเป็นความตายมามากมาย เขาก็ไม่เคยหวาดกลัวอะไร

หากแต่ตอนนี้ เขากำลังกลัว...

กลัวกับคำบอกลา กับการสูญเสีย...

"ไม่ได้หรอกครับ"เสียงแผ่วเบานั้นพูด แหบแห้ง...

โซจิยังคงยิ้ม... ยังคงฝืนสร้างรอยยิ้ม

"เพราะถ้าไม่พูดตอนนี้ ข้าก็คงไม่มรโอกาสได้พูดอีกแล้ว"

ไฟชีวิตของข้าน่ะ...

 มันใกล้จะดับเต็มที... ริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น

"ขอโทษนะครับ"

ขอโทษ....

"คุณฮิจิคาตะ... ข้าน่ะ คงไม่สามารถอยู่เป็นกำลังให้ท่านได้อีกแล้ว..."

ขอโทษนะครับ...

"ข้า... ไม่สามารถแข็งแกร่งกว่าใครๆได้"

'เมื่อเจ้าเติบโตขึ้นและแข็งแกร่งกว่าใครๆ... เมื่อนั้น เจ้าจะจำเป็นสำหรับข้า...'

หากแต่เขากลับทำไม่ได้...

ขอบตาร้อนจัด... หากก็ฝืนกรอกตาขึ้น สะกดกลั้นพยาดหยดใสกระจ่างไว้ภายใน

"ข้าขอโทษที่ไม่สามารถจำเป็นสำหรับคุณ...!"

ดวงตาเบิกกว้าง เมื่อร่างของตนถูกรั้งเข้าสู่อ้อมกอดกว้าง

อ้อมกอดที่แข็งแกร่ง... อบอุ่น... จนหัวใจสั่นระรัว

"ข้าบอกว่าไม่ต้องพูดอะไรแล้ว"เสียงเข้มกระซิบบอก พร้อมออ้มแขนที่กระชับมั่น

โอบกอดแน่น... ด้วยมิอยากสูญเสีย

"ข้า...ไม่เคยบอกสักครั้งว่าเจ้าไม่จำเป็น"

เพราะเจ้า... คือสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิต...

คือรอยยิ้มที่ทำให้โลกทั้งใบสว่างสไว... คือคนที่คอยอยู่เคียงข้างข้าตลอดมา

เจ้า... สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งหมด...

"ไม่ต้องแข็งแกร่งเพื่อข้าหรอก... ข้าไม่ได้ต้องการคนที่แข็งแกร่งกว่าใคร... ที่ข้าต้องการ ก็มีเพียงแค้โอคิตะ โซจิ ที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น"

ถ้อยคำที่ไม่ได้หวานซึ้งสักนิด... แต่กลับฟังดูมีค่ามากกว่าน้ำคำหวานหูมากนัก

ประโยคที่ทำให้อัสสุชลเอ่อคลอที่ขอบตา ทำให้หัวใจไหวหวั่น เต้นระรัว

"เสียดายนะครับ... ที่ตอนนี้ตาข้าพร่าจนมองไม่เห็นอะไรแล้ว"

อยากจะมองเหลือเกิน... เป็นครั้งสุดท้าย...

ใบหน้าของคุณ...

ดวงตาสีม่วงทอดมองผืนฟ้า เก็บกลั้นน้ำตาไว้มิให้อีกฝ่ายได้เห็น

ไม่อยากให้คุณต้องเจ็บปวด...เพียงเพราะข้าตายจากไป

ดังนั้น แม้ในตอนที่ข้าตาย ก็ยังอยากให้คุณเห็นแต่รอยยิ้มนี้เท่านั้น

"บอกหน่อยสิครับ....คุณฮิจิคาตะ"ท่อนแขนบางที่หนักอึ้งฝืนยกขึ้นโอบกอดร่างสูง...

"ท้องฟ้าของวันนี้... สวยมั้ย"

ความเงียบโรยตัวลง... เพียงชั่วครู่

"อืม"

รองหัวหน้าแห่งกลุ่มหมาผ่ามิบุเอ่ยตอบ โดยยังโอบกอดร่างในอ้อมแขนแน่น

"เป็นท้องฟ้าของฤดูร้อนที่สยที่สุดเท่าที่เคยเห็นเลยล่ะ"

"งั้นหรอครับ..."ดวงตาปรือปิดลง เปลือกตาที่หนักอึ้ง... สติที่เลือนลางลงไปทุกที

ข้ามีความปรารถนา...

ที่จะขอวิงวอนต่อพระผู้เป๋็นเจ้า...ที่ไม่ประทานเวลามาให้ผมยาวนานกว่านี้...

"ขอให้ทุกๆวันของคุณฮิจิคาตะ.... เป็นเหมือนท้องฟ้าในวันนี้นะครับ"

มือบางตกลงสู่พื้น เรี่ยวแรงที่ฝืนรวบรวมไว้หายไปจนหมด

พร้อมกับลมหายใจ...

ฮิจิคาตะยังคงเงียบ เขาค่อยๆประครองร่างเพรียวบางให้นอนลงบนฟูก

ใบหน้านั้น... ยังคงงดงาม และคงไว้ซึ่งรอยยิ้ม

"ข้าโกหกนะรู้มั้ย"เขาพึมพำแผ่วเบา ก่อนยกมือขึ้นกุมหน้า

ในอุระเจ็บปวด... และว่างเปล่า ราวมีบางสิ่งขาดหายไป

บางสิ่งที่สำคัญยิ่ง

"ท้องฟ้าของวันนี้ ไม่สวยเอาซะเลย โซจิ"

เพราะมันไร้สี... นับแต่ที่เจ้าจากไป...

 

 

หากแค่เพียงได้อยู่เคียงข้างคุณ... แล้วหยาดน้ำตานี้จะเลือนหายไป

ข้าก็จะขอติดตามเงาร่างที่แข็งแกร่งนั้น ไม่ว่าร่างของข้าจะต้องอาบย้อมไปด้วยเลือดก็ตาม...

และนั่น... คือคำสัญญาที่ข้าเพียรรักษาตลอดมา...

 

-Fin-

 

 

 

 ปั่นจบซะที ฟิคนี้ดองนอนมว๊ากกกกก

จะมีคนอ่านมั้ยเนี่ย หรือการ์ตูนเก่าไป? ฮา

ยังไงก็ขอคอมเม้นท์ติชมด้วยนะคร้าบ ขอบคุณฮะ^^

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

  double wink cry big smile sad smile question

#2 By (182.53.237.60|182.53.237.60) on 2014-03-30 08:45

มาเจิม^w^

#1 By Masaya Hiruki on 2011-08-21 14:51